ปทุมธานี เปิดคลิปกล้องวงจรปิดแท็กซี่ชนจยย.ร่างไถลก่อนกระบะขับทับซ้ำชิ่งหนีบาดเจ็บสาหัส คดียังไม่คืบหน้า
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 นางสาวสิตาภา อายุ 31 ปี น้องสาวของผู้ได้รับบาดเจ็บ ร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้สื่อข่าว พร้อมนำคลิปจากกล้องวงจรปิดมาเปิดเผย หลังพี่ชายประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถแท็กซี่จนเสียหลักล้ม ร่างไถลไปตามถนน ก่อนถูกรถกระบะสีขาวไม่ทราบทะเบียนขับทับซ้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นรถกระบะคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีไปโดยไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ ถนนลำลูกกาคลอง 4 ซอยถนนไสวประชาราษฎร์ 1 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน และมีลักษณะเป็นทางโค้ง
นางสาวสิตาภา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่พี่ชายกำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านหลังเลิกงาน โดยพี่ชายมีอาชีพรับจ้างแบบฟรีแลนซ์
จากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ได้ พบว่า ขณะเกิดเหตุพี่ชายขี่รถจักรยานยนต์มาจากฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าไปทางลำลูกกา ขณะที่รถแท็กซี่ขับสวนมาอีกทางหนึ่งในช่วงทางโค้ง โดยลักษณะคล้ายกับรถแท็กซี่กินเลนเข้ามา ทำให้พี่ชายเหมือนตกใจและพยายามเบรก ก่อนรถจักรยานยนต์จะเสียหลักล้ม ร่างไถลไปชนกับรถแท็กซี่
จากนั้นในจังหวะที่พี่ชายกำลังนอนอยู่บนพื้นถนน ได้มีรถกระบะสีขาวขับผ่านมาและทับร่างของพี่ชาย ก่อนขับผ่านไปโดยไม่ได้หยุดรถลงมาดูหรือให้ความช่วยเหลือ และหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันที จากนั้นได้มีพลเมืองดีที่ได้ยินเสียงเกิดอุบัติเหตุได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือและแจ้งอาสาสมัครนำผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล
นางสาวสิตาภา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่ทราบว่าคนขับรถกระบะเห็นเหตุการณ์หรือไม่ แต่หากเห็นแล้วเลือกที่จะขับรถผ่านไปโดยไม่หยุดช่วยเหลือ ก็อยากถามว่าคืนนั้นไม่เห็นเหตุการณ์จริง ๆ หรือเห็นแต่เลือกที่จะหลบหนี เพราะหากรถกระบะคันดังกล่าวขับทับบริเวณศีรษะของพี่ชาย แล้วไม่หยุดลงมาดู ตนและครอบครัวจะทำอย่างไร
ขณะนี้ครอบครัวต้องการให้คนขับรถกระบะคันดังกล่าวติดต่อกลับมา เพื่อรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นทราบเพียงว่าเป็นรถกระบะสีขาว แต่ยังไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จึงต้องอาศัยสื่อและพลังจากโซเชียลช่วยกันเผยแพร่ภาพ เพื่อติดตามหารถกระบะคันดังกล่าว
สำหรับอาการของพี่ชาย ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ภายในห้อง ICU ของโรงพยาบาล และยังไม่รู้สึกตัว โดยครอบครัวเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
นางสาวสิตาภา ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบและติดตามภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่าง ๆ เพื่อหาเบาะแสของรถกระบะ แต่ครอบครัวรู้สึกว่าคดีใช้เวลานาน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินการตาม
กฎหมายโดยเร็ว
ทางด้านนางสาวออยอายุ 47 ปีพยานคืนเกิดเหตุเล่าว่า ตัวเองขับผ่านมาจากเลยไฟแดงมา พอมาถึงก็มีรถกู้ภัยมาให้การช่วยเหลือแล้ว มีการปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ เห็นแท็กซี่ซึ่งเป็นคู่กรณีจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ ทราบข้อมูลว่าน้องที่ขับรถมอเตอร์ไซค์มาล้มเอง เพราะในคืนนั้นมีฝนตกเล็กน้อย ข้อมูลทราบเพียงเท่านี้แต่รถกระบะสีขาวนั้นไม่เห็น
เบื้องต้น ญาติของผู้ได้รับบาดเจ็บได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ พร้อมนำหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดมอบให้ สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุและติดตามรถคู่กรณีมาดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ หากอาการปลอดภัยและสามารถให้การได้ พนักงานสอบสวนจะเชิญตัวมาให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนการสอบสวนและติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป











