จ.อุบลราชธานี : วันที่ 23 ก.ย. 69 จับแล้ว!! พ่อติดยาหื่นกามย่ำยีลูกสาวแท้ๆ ตั้งแต่อายุ 11 ปี เรื่อยมานาน 3 ปี “ปวีณา” ประสาน พ.ต.อ.รักพงษ์ บัวเทียน ผกก.สภ.กุดข้าวปุ้น บุกรวบตัวคาบ้าน หลังแม่เดินทางจากจ.พระนครศรีอยุธยา ร้อง “ปวีณา” ลูกสาวร้องไห้หนักโทรมาขอให้แม่แจ้ง “ปวีณา” มาช่วยด่วน สุดทนพ่อใจร้ายบังคับขืนใจ ล่าสุดถูกกระทำ 19 ก.ย.69 ที่ผ่านมาพ่อข่มขู่จะไม่ให้เงินไปโรงเรียน ด.ญ.กลัวจะไม่ได้เรียนหนังสือต้องจำใจตกนรกทั้งเป็นไม่กล้าบอกใคร “ปวีณา” สั่งการเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ นำรถตู้มูลนิธิปวีณาฯ พาแม่ซึ่งยากจนเดินทางไปจ.อุบลราชธานี แจ้งความกับ ผกก. เช้าวันนี้ และ “ปวีณา” ได้ประสาน หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานี ร่วมเดินทางมาที่สภ.กุดข้าวปุ้น เพื่อร่วมกับมูลนิธิปวีณาฯ พาแม่ไปรับลูกสาวที่โรงเรียน ขณะที่ตร.นำกำลังไปควบคุมตัวพ่อมาตรวจพบสารเสพติด จึงแจ้งข้อหา เสพยาบ้า และข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปีซึ่งเป็นผู้สืบสันดานฯ ตร.เตรียมคุมตัวพ่อแท้ๆ รายนี้ฝากขังศาลจังหวัดอุบลราชธานี 24 ก.ย.นี้ หลังจากนี้จะมีการสอบสหวิชาชีพมูลนิธิปวีณาฯ จึงฝากเด็กหญิงไว้ที่บ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานีก่อน หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนสอบสวนมูลนิธิปวีณาฯ จะรับแม่และเด็กกลับมา และจะประสานกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือย้ายโรงเรียนให้มาอยู่กับแที่จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะติดตามการช่วยเหลือสองแม่ลูกผู้เสียหายร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป
สืบเนื่องจากวันที่ 22 ก.ย.69 นางแดง (นามสมมุติ) เดินทางมาจากจ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า เช้าวันนี้แม่ได้รับข่าวร้าย ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ลูกสาวอายุ 14 ปี ที่อาศัยอยู่กับนายดำ (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี อดีตสามีที่จ.อุบลราชธานี ลูกสาวร้องไห้อย่างหนักโทรมาบอกแม่ว่า “หนูถูกพ่อข่มขืน” แม่ถึงกับช็อก!! รับไม่ได้ ลูกสาวยังเล่าอีกว่า พ่อเสพยาอย่างหนักและเริ่มลวนลามตั้งแต่อายุ 11 ปี ที่หนูเรียนอยู่ป.5 และข่มขืนหนูตอนอายุ 12 ปีเรื่อยมานานร่วม 2 ปีแล้ว โดยจะกระทำตอนหนูกลับจากโรงเรียน และตอนกลางคืนจะบังคับให้หนูไปนอนด้วย พ่อกระทำล่าสุดวันที่ 19 ก.ย.69 ที่ผ่านมาหนูต้องยอมทนเพราะพ่อข่มขู่ห้ามบอกใคร มิฉะนั้นจะไม่ให้เงินไปโรงเรียน หนูกลัวจะไม่ได้เรียนหนังสือจึงไม่กล้าบอกใคร แต่ตอนนี้หนูทนไม่ไหวแล้ว
แม่กล่าวอีกว่า แม่กับนายดำแยกทางกันตั้งแต่ลูกสาวยังเล็ก นายดำไม่ยอมให้ลูกสาวกับแม่และพาลูกไปอยู่บ้านพ่อให้ย่าเลี้ยงที่จ.อุบลราชธานี ส่วนบ้านแม่อยู่ที่จ.พระนครศรีอยุธยา นายดำมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนถูกจับติดคุกนาน 8 ปี ระหว่างนั้นญาติก็ช่วยเลี้ยงดูลูกสาวให้ กระทั่งปี 2565 นายดำพ้นโทษออกมาก็รับลูกสาวจากญาติไปเลี้ยงดูเอง และกีดกันไม่ให้แม่ไปเจอลูกสาว กระทั่งวันนี้ลูกสาวได้แอบโทรศัพท์มาหาแม่จึงทราบเรื่อง ลูกสาวยังอยู่ที่บ้านจ.อุบลราชธานี แม่ไม่กล้าเดินทางไปรับลูกเพราะกลัวถูกนายดำทำร้าย และแม่ต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับนายดำ ที่กระทำกับลูกสาวแท้ๆ ได้ลงคอ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย
หลังรับเรื่อง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.รักพงษ์ บัวเทียน ผกก.สภ.กุดข้าวปุ้น ทันที โดยนางปวีณา สั่งการให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ นำรถตู้มูลนิธิปวีณาฯ พาแม่ซึ่งยากจนเดินทางไปจ.อุบลราชธานี เข้าแจ้งความกับ ผกก. เช้าวันนี้ และนางปวีณา ได้ประสาน นายนุศาสตร์ ซาเสน หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเดินทางไปที่สภ.กุดข้าวปุ้น ด้วยวันนี้
ล่าสุดวันนี้ 23 ก.ย.69 เวลา 12.00 น. นางปวีณา ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.รักพงษ์ บัวเทียน ผกก.สภ.กุดข้าวปุ้น ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนายดำ พ่อแท้ๆ ที่บ้านพักและนำตัวมาทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย ขณะที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณา และบ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานี ได้เดินทางไปที่โรงเรียนเพื่อรับตัวด.ญ.เอ ผู้เสียหาย ตอนนี้ด.ญ.ปลอดภัยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ส่งตัวด.ญ.ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและทำการสอบสหวิชาชีพ เบื้องต้นตำรวจแจ้งดำเนินคดีกับนายดำ พ่อที่ก่อเหตุในข้อหา เสพยาบ้า และข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปีซึ่งเป็นผู้สืบสันดานฯ โดยจะคุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไปฝากขังศาลจังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 24 ก.ย.นี้
นางปวีณา ขอบคุณ พ.ต.อ.รักพงษ์ บัวเทียน ผกก.สภ.กุดข้าวปุ้น และนายนุศาสตร์ ซาเสน หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานี ที่ทำงานอย่างรวดเร็ว มูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับเงินเยียวยา หลังจากนี้จะมีการสอบสหวิชาชีพมูลนิธิปวีณาฯ จึงฝากเด็กหญิงไว้ที่บ้านพักเด็กฯ อุบลราชธานีก่อน หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนสอบสวนมูลนิธิปวีณาฯ จะรับแม่และเด็กกลับมา และจะประสานกระทรวงศึกษาธิการช่วยเหลือย้ายโรงเรียนให้มาอยู่กับแที่จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะติดตามการช่วยเหลือสองแม่ลูกผู้เสียหายร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป











